ขี้แมวขึ้นสมอง หรือ Toxoplasmosis ถือเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เป็นอาการติดเชื้อที่มาจากปรสิต ซึ่งมีชื่อว่า Toxoplasma gondi ที่สามารถพบได้มากในขี้ของแมว และติดเชื้อได้จาก การสัมผัสกับขี้แมว ในตอนเก็บขี้แมว หรือตอนทำความสะอาดทรายแมว

นอกจากนี้ ยังสามารถติดเชื้อนี้ได้ จากการกินเนื้อดิบ กินผักผลไม้สดที่ล้างไม่สะอาดที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และการดื่มน้ำที่ไม่ผ่านการต้มสุก แต่โดยหลักๆ แล้ว เชื้อมักอาศัยอยู่ในทางเดินอาหารของสัตว์ เมื่อสัตว์ขี้ออกมา ก็จะมีไข่ปนเปื้อนออกมาด้วย

ขี้แมวขึ้นสมอง มีอาการอย่างไร อันตรายแค่ไหน?

เมื่อติดเชื้อนี้ คนที่มีสุขภาพแข็งแรง จะมีอาการคล้ายคลึงกับอาการไข้หวัดใหญ่ หรือเป็นหวัด ได้แก่ มีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองบวม และในบางคนก็อาจไม่แสดงอาการใดๆ

ส่วนในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็อาจมีปฏิกิริยาที่รุนแรงขึ้น เช่น ปวดศีรษะ ชัก ระบบประสาททำงานเสื่อมลง จอประสาทตาอักเสบ เห็นภาพซ้อน มองเห็นไม่ชัด สมองอักเสบ ปอดติดเชื้อ หายใจลำบาก ไอแห้ง เป็นต้น

ในขณะที่หญิงตั้งครรภ์ หากติดเชื้อนี้แล้ว เชื้อสามารถแพร่ไปสู่ทารกในครรภ์ได้ อาจเกิดการแท้ง หรือทำให้ทารกเจริญเติบโตผิดปกติ สูญเสียการมองเห็น สูญเสียการได้ยิน พัฒนาการช้า และเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ด้านสุขภาพในอนาคตได้

นอกจากนี้ แมวบางตัวที่ติดเชื้อ ก็อาจพบอาการป่วยได้ในบางครั้ง ได้แก่ มีไข้ ท้องเสีย เบื่ออาหาร อาเจียน เป็นดีซ่าน และมีอาการทางระบบประสาท

วิธีการตรวจ และการรักษาโรคขี้แมวขึ้นสมอง

แพทย์มักจะใช้วิธีตรวจทางซีรั่มวิทยา มากกว่าการตรวจขี้แมว ที่มีโอกาสตรวจเจอน้อยมาก จากนั้นจะทำการรักษาตามอาการ ร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะ เป็นระยะเวลานาน 2-4 สัปดาห์

วิธีป้องกันโรคขี้แมวขึ้นสมอง

1. ในการเก็บขี้แมวทุกครั้ง ควรสวมถุงมือเสมอ และหลังเก็บขี้แมวเสร็จแล้ว ควรล้างมือให้สะอาด รวมทั้งควรนำขี้แมวใส่ภาชนะปิดสนิท ก่อนนำไปทิ้ง

2. ควรเลี้ยงแมวแบบระบบปิด ไม่ปล่อยแมวออกจากบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ จากการกินเหยื่อนอกบ้าน

3. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร ประเภทสุกๆ ดิบๆ

4. ควรล้างมือให้สะอาด ก่อนรับประทานอาหารเสมอ