โรคพิษสุนัขบ้าในแมว หรือเรียกอีกอย่างว่าโรคกลัวน้ำ ไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นในสุนัขเพียงอย่างเดียว แต่สามารถติดต่อสู่แมวได้เช่นกัน โดยเมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายของแมว จะทำให้แมวป่วย และถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

ถือเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากแมวสู่แมว ติดต่อจากแมวสู่คน และติดต่อสู่สัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น หนูแฮมสเตอร์ กระต่าย ค้างคาว กระรอก ชะนี วัว ควาย หมู ม้า เป็นต้น

โรคพิษสุนัขบ้าในแมว เกิดจากอะไร?

เกิดจากการที่แมวได้รับเชื้อไวรัส ‘เรบีส์ไวรัส’ หรือ Rabies Virus ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ ผ่านทาง ‘น้ำลาย’ ของสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ทั้งจากการโดนกัด ข่วน เลียบาดแผล หรือโดนน้ำลายสัมผัสที่ตา ปาก และจมูก ทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เส้นประสาท และเข้าสู่สมองของแมว

โรคนี้มักเกิดในแมวที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค ที่ควรได้รับในช่วงแรกเกิด หรือได้รับครั้งสุดท้ายเกิน 1 ปี และในแมวที่อยู่แบบแออัด หรือไม่ได้รับการดูแลแบบถูกสุขลักษณะ

อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในแมว

แมวที่เกิดโรคนี้ จะมีอาการดุร้าย หงุดหงิด กระวนกระวาย วิ่งไปมา กัดคน กัดสัตว์อื่นๆ และกลัวน้ำ โดยจะเริ่มแสดงอาการ หลังได้รับเชื้อประมาณ 1-7 วัน เมื่ออาการป่วยของแมวเข้าสู่ระยะสุดท้าย แมวจะมีอาการลุกไม่ขึ้น เป็นอัมพาตทั้งตัว และจะตายภายใน 2-3 วัน

ทั้งนี้ มีอาการพิษสุนัขบ้าในแมว ที่อาจสังเกตได้ยาก เพราะในระยะ 4-6 วันแรก จะไม่แสดงอาการ คือแมวจะซึม มีไข้ นอนทั้งวัน ไม่กินน้ำ ไม่กินอาหาร แต่จะกัดหรือข่วน เมื่อเจ้าของเข้ามาใกล้ จากนั้นก็จะเป็นอัมพาตทั้งตัว และจะเสียชีวิต

วิธีการรักษา และวิธีการรับมือ

หากแมวโดนสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าทำร้าย ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในแมว โดยจะต้องสังเกตอาการของแมว หลังจากรับวัคซีนแล้วอีกประมาณ 90 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าแมวไม่ติดเชื้อ

ส่วนการรับมือนั้น เจ้าของควรให้แมวที่เลี้ยง รับวัคซีนเข็มแรก ตอนอายุ 3 เดือน จากนั้นให้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ตอนอายุ 6 เดือน และต้องรับวัคซีนเป็นประจำทุกปี