โรคแมวข่วน หรือ Cat Scratch Disease เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนัง เนื้อเยื่อ ต่อมน้ำเหลือง และยังอาจแพร่กระจายตามกระแสเลือดได้อีกด้วย โดยสามารถติดต่อสู่คนได้ จากการถูกแมวข่วน แมวกัด หรือแมวเลีย

โรคแมวข่วน มีอาการยังไง และมีวิธีการรักษาอย่างไร?

อาการของโรคจะไม่เกิดขึ้นทันที แต่จะใช้เวลาหลังจากได้รับเชื้อ ประมาณ 3-10 วัน จึงจะมีการแสดงอาการออกมา เช่น มีตุ่มแดงขึ้นบริเวณที่โดนแมวข่วนหรือกัด ซึ่งอาจจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่จะเป็นสะเก็ดและมีน้ำหนอง

จากนั้นภายใน 2 สัปดาห์ ตุ่มแดงจะหายไป แล้วอาจมีอาการไข้ต่ำ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไม่อยากอาหาร หรือต่อมน้ำเหลืองบวม โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อที่ได้รับมา และสภาพร่างกายของผู้ได้รับเชื้อด้วย

แต่หากเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี หรือผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เกิดการติดเชื้อขึ้นมา โรคนี้อาจทำให้เกิดความรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อกระดูก ข้อต่อ ดวงตา สมอง หรือหัวใจได้

ทั้งนี้ แมวส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการ ยกเว้นในแมวที่มีอาการรุนแรง อาจทำให้การหายใจมีปัญหา หรือมีการติดเชื้อที่ปาก ดวงตา และทางเดินปัสสาวะได้ โดยแมวที่ป่วยจะเป็นพาหะนำที่เชื้อมาสู่คนได้ แม้ไม่แสดงอาการป่วยก็ตาม

การรักษาโรคแมวข่วน

แพทย์จะวินิจฉัย ด้วยการตรวจสอบว่าม้ามโตหรือไม่ และทำการตรวจเลือด เพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Bartonella Henselae หรืออาจนำตัวอย่างเนื้อเยื่อของต่อมน้ำเหลืองไปตรวจ เพื่อยืนยันการวินิจฉัย

ส่วนการรักษานั้น หากคนที่ได้รับเชื้อมีสุขภาพแข็งแรง จะสามารถหายได้เอง แต่หากเกิดอาการ สามารถกินยา Ibuprofen หรือ Naproxen ช่วยลดอาการบวม หรืออาการเจ็บปวด รวมทั้งประคบร้อน เพื่อช่วยบรรเทาอาการได้

หากคนที่ได้รับเชื้อ มีอาการเจ็บปวดที่ต่อมน้ำเหลือง ต้องไปให้แพทย์ทำการเจาะระบายสารคัดหลั่งออก หากคนที่ได้รับเชื้อมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หรืออาการไม่หายภายใน 2 เดือน ต้องไปพบแพทย์ เพื่อใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา

การป้องกันโรคแมวข่วน

1. ควรตัดเล็บแมวให้สั้น

2. ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หลังเล่นกับแมว

3. ควรระมัดระวัง อย่าให้แมวเลียบาดแผล

4. ไม่ควรสัมผัสกับแมวจรจัด

5. ควรเลี้ยงแมวแบบปิด เพื่อป้องกันแมวติดเชื้อจากแมวที่มีเชื้อ