โรคไข้หัดแมว หรือ โรคลำไส้อักเสบในแมว เป็นโรคที่ทำให้แมว มีอาการ ‘คล้ายเป็นหวัด’ ควบคู่ไปกับ ‘อาการท้องเสีย’ ซึ่งอาจร้ายแรง จนถึงขั้นทำให้แมวเสียชีวิตได้ คนที่เลี้ยงแมว จึงควรทำความรู้จัก กับโรคไข้หัดแมวไว้ เพื่อจะได้ป้องกัน และคอยดูแลแมว ให้ปลอดภัย

โรคไข้หัดแมว มีสาเหตุจากอะไร และมีอาการอย่างไร

โรคไข้หัดแมวเกิดจาก เชื้อไวรัส กลุ่มพาร์โวไวรัส feline parvovirus เป็นได้กับแมวทุกอายุ ซึ่งจะมีผลต่อ ระบบทางเดินอาหารของแมว แต่ไม่มีผลต่อ ระบบทางเดินหายใจ เหมือนกับโรคไข้หวัดแมว โดยแมวที่ป่วยโรคนี้ จะมีอาการคือ มีไข้ ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน ร่างกายขาดน้ำ และท้องเสีย โดยบางตัวนั้น อาจท้องเสียจนถ่ายเป็นเลือดได้

โรคนี้มักจะพบ ในแมวอายุน้อย และก่อให้เกิดความรุนแรง ได้ค่อนข้างมาก คือมันจะส่งผล ต่อการทรงตัวของลูกแมว และทำให้ลูกแมวตาบอดได้ ส่วนแมวที่ตั้งท้อง ก็อาจจะแท้งลูก หรือลูกตาย หลังจากคลอดได้ ในขณะที่แมวโต หากป่วยด้วยโรคนี้ แต่เมื่อเกิดการติดเชื้อระยะหนึ่ง แล้วร่างกายของมัน สามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้ อาการก็จะดีขึ้น

โรคไข้หัดแมวนี้ จะมีระยะในการฟักตัวของโรค ประมาณ 2 – 7 วัน ถือเป็นโรคที่มี ‘อัตราการตายสูง’ โดยเฉพาะในแมว ที่ไม่เคยฉีดวัคซีน และในแมวอายุน้อย จะมีอัตราการตาย อยู่ที่ 25 – 90% ส่วนแมวที่รักษา จนหายจากโรคนี้ได้ ในระยะแรก ก็จะยังตรวจพบ เชื้อไวรัสในอุจจาระ ได้นานหลายสัปดาห์ ทั้งนี้ ลำไส้ของแมว ที่ป่วยโรคไข้หัดแมว จะเกิดการหนาตัว เนื่องจากภายในมีแก๊ส และของเหลว นอกจากนี้ จะตรวจพบว่า แมวที่ป่วยนั้น จะมีเม็ดเลือดขาวต่ำมาก

โรคไข้หัดแมวติดต่อ จากแมวสู่คน หรือ จากแมวสู่แมว ได้หรือไม่?

โรคนี้ไม่สามารถติดต่อ จากแมวสู่คน แต่จะติดต่อได้ ระหว่างแมวด้วยกัน ผ่านการสัมผัสแมวป่วย สัมผัสจากอุจจาระ สัมผัสสารคัดหลั่ง หรือจากภาชนะเครื่องใช้ ของแมวที่ป่วย เช่น ภาชนะใส่อาหาร ภาชนะใส่น้ำ กรงแมว ที่ขับถ่ายของแมว หรือพื้นดินที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ซึ่งการแพร่ของโรค จะเกิดขึ้นได้ง่ายมากขึ้น หากมีการเลี้ยงแมวร่วมกันหลายๆ ตัว

นอกจากนี้ คนเลี้ยงเอง ก็สามารถเป็นพาหะนำโรคได้ จากการสัมผัสแมวที่ป่วย และมีเชื้อไวรัส ติดเสื้อผ้า หรือติดตามอุปกรณ์ต่างๆ แล้วมีแมวตัวอื่นๆ มาสัมผัสต่อ

วิธีการรักษา

เมื่อพบว่าแมวมีความผิดปกติ ควรรีบพาแมว ไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะโรคนี้ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง โดยเฉพาะแมวที่ไม่กินอาหารเลย อีกทั้งยังอาเจียน และท้องเสีย ซึ่งทำให้ร่างกายของแมว อ่อนเพลียและทรุดโทรม จนอาจอยู่ในสภาพช็อคได้

โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส แต่ยังไม่มียา สำหรับฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง จึงต้องทำการรักษาแมวที่ป่วย แบบตามอาการ และแบบพยุงอาการ เพื่อให้แมวที่ป่วยนั้น สามารถสร้างภูมิต้านทานต่อโรคขึ้นมาได้

โดยสัตวแพทย์จะให้ยา เพื่อระงับการอาเจียน และลดการทำงานของลำไส้ โดยการงดอาหาร และน้ำ รวมทั้งให้สารอาหารและน้ำ (Fluid therapy) เข้าทางหลอดเลือดของแมว และให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นได้ ในระหว่างการรักษา

วิธีการป้องกัน ให้แมวห่างไกล จากโรคไข้หัดแมว

จะต้องพาแมวไปฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันโรค เป็นประจำทุกปี โดยปัจจุบันนี้ มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดแมว อยู่หลายยี่ห้อ และยังเป็นวัคซีนรวมอีกด้วย คือใช้ป้องกันได้พร้อมๆ กัน ทั้งโรคไข้หัดแมว และโรคไข้หวัดแมว

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันโรคไข้หัดแมวนั้น เข็มที่ 1 ควรฉีดเมื่อแมวอายุ 2 เดือน ส่วนเข็มที่ 2 ควรฉีดเมื่อแมวอายุ 2 เดือนครึ่ง และตั้งแต่เข็มที่ 3 เป็นต้นไป ควรฉีดทุกปี ปีละ 1 เข็ม

วิธีการป้องกันการติดต่อ จากแมวสู่แมว

วิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องทำการแยกแมวที่ป่วย ออกจากแมวตัวอื่นๆ ทันที รวมทั้งทำความสะอาด และทำการฆ่าเชื้อโรค ที่อาจแพร่มาจากอุจจาระ หรือปัสสาวะของแมวป่วย ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ที่ผสมโซเดียมไฮโปคลอไรด์